สับปะรดสี Dyckia dawsonii

 สับปะรดสี Dyckia dawsonii  
สับปะรดสี Dyckia dawsonii
 
 
สับปะรดสี Dyckia dawsonii
  สับปะรดสี Dyckia dawsonii

สับปะรดสี Dyckia dawsonii
 
สับปะรดสีแต่งสวน

สับปะรดสี Dyckia dawsonii

สับปะรดสี Dyckia dawsonii

สับปะรดสี Dyckia dawsonii




การแยกหน่อสับปะรดสี - Removing bromeliad pup



สวัสดีกันครับเพื่อนๆ หลังจากห่างหายไปรับลมร้อนช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมเริ่มคันไม้คันมืออยากขยายหน่อสับปะรดสีที่มันเริ่มแตกกอแน่นกระถาง วันนี้ผมจะมาแนะนำเทคนิคง่ายๆ ในการแยกสับปะรดสีกันครับ
1.       เราควรเลือกหน่อที่จะแยกให้มีขนาด 2 ใน 3 ของต้นแม่

2.       ใช้กรรไกรหรือมีดคมๆ ตัดหน่อใกล้ต้นแม่หรือตัดที่แตกไหล การใช้มีดคมๆ จะทำให้แผลไม่ช้ำครับ

3.       ใช้สารป้องกันเชื้อราหรือปูนแดงทาแผลหน่อใหม่และต้นเดิม และผึ่งให้แห้ง

4.       เตรียมดินก้ามปูผสมกาบมะพร้าวสับอย่างละ 1 ส่วน นี่เป็นสูตรทำผมเลือกใช้เอง หรือเพื่อนๆจะใช้หินภูเขาไฟ ถ่านทุบ อิฐมอญทุบก็ได้ หรือบางท่านจะใช้กาบมะพร้าวสับล้วนๆ ก็ได้นะครับ



5.       นำหน่อลงปลูกและกลบดินให้เต็มกระถาง ควรเลือกกระถางเล็กในการขยาย แนะนำเป็นกระถางขนาด 4 นิ้ว หรือ 6 นิ้ว หลังจากต้นโตดีแล้วค่อยขยายเป็นประถางใหญ่ต่อไป

6.       รดน้ำให้ชุ่ม วางในสแลนที่ให้แสงผ่านประมาณ 50%


อีกประมาณ 1 เดือนเจ้าลูกสับปะรดสีเหล่านี้จะมีการแตกรากและเจริญเติบโตสวยงามครับ


Bromeliad สับปะรดสี

 Bromeliad บรอมีเลียดคืออะไร
วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ Bromeliads "บรอมีเลียด"  ซึ่งเป็นชื่อสามัญที่ใช้เรียกพืชชนิดนี้ซึ่งตลาดต้นไม้บ้านเรามักนิยมเรียกกันว่า "สับปะรดสีหรือสับปะรดประดับ" ซึ่งอยู่ในวงศ์บรอมีลิอาซิอี้  (Family Bromeliaceae) ซึ่งมีอยู่ประมาณ 57 สกุล (Genera)  และมีชนิด (species) ต่าง ๆ มากกว่า 3,000 ชนิด  พืชในวงศ์นี้ที่พวกเรารู้จักกันดีคงเป็นผลสับปะรดที่เราใช้รับประทานกันในปัจจุบัน  มาจากผลของบรอมีเลียดสกุลอนานาสโคโมสัส (Ananas comosus)

 Bromeliad สับปะรดสี

การจำแนกประเภททางระบบอนุกรมวิธาน (Texonomy classification)

เป็นการจำแนกประเภทหมวดหมู่ของสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ เพื่อให้เราทราบหรือสามารถตรวจสอบลำดับชั้นและชื่อทางวิทยาศาสตร์  ในส่วนของบรอมีเลียดดังที่ได้กล่าวไปในตอนต้นว่าเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์บรอมีลิอาซิอี้ (Family Bromeliaceae) ซึ่งวงศ์นี้มีการแบ่งออกเป็นวงศ์ย่อยได้ 3 วงศ์ย่อย คือ

วงศ์ย่อยบรอมีลิออยดิอี้(Bromelioideae)
วงศ์ย่อยพิทแคนิออยดิอี้ (Pitcairnioideae)
วงศ์ย่อยทิลแอนซิออยดิอี้ (Tillandsioideae)

ซึ่งการจำแนกวงศ์ย่อยนี้เราดูจากลักษณะของดอก ผล และเมล็ด  ซึ่งมีความแตกต่างกัน  มีผลทางด้านการสืบพันธุ์เพราะในแต่ละวงศ์ย่อยสกุลต่าง ๆ ที่อยู่ในวงศ์ย่อยนั้นสามารถผสมข้ามพันธุ์กันได้ภายในวงศ์ย่อยของตนเองเท่านั้น ไม่สามารถผสมข้ามวงศ์ย่อยอื่นได้ ซึ่งในวงศ์ย่อยเราสามารถแยกลำดับออกเป็นสกุล (Genus) ต่าง ๆ   ซึ่งในแต่ละสกุลก็จะแยกออกเป็นชนิด (species) อีกมากมาย  ในส่วนของชนิดนี้เราสามารถแยกลักษณะต่าง ๆ  ได้อีกเนื่องจากยังไม่สามารถแยกเป็นชนิดใหม่ได้เราจึงแยกย่อยออกเป็นลำดับหมวดหมู่ (variety) หรือจากการคัดเลือก (cultivar) อีกขึ้นหนึ่ง

สับปะรดสีหรือสับปะรดประดับ

สับปะรดสีหรือสับปะรดประดับ

ลักษณะดอกในแต่ละวงศ์ย่อย

ดอก   จะประกอบไปด้วยกลีบเลี้ยง (sepals) 3 กลีบ   กลีบดอก (petals) 3 กลีบ   เกสรเพศผู้ (starmens) มีด้วยกัน  2 วง วงละ 3 อันรวม 6 อัน มีเกส เพศเมีย (pistil) อยู่ตรงกลาง  เป็นประกอบด้วยก้านเกสรเพศเมีย (style) และยอดเกสรเพศเมีย (stigma) เชื่อมกัน 1 อัน มีสามแฉกแสดงว่าเป็นวงเกสรเพศเมียที่มีสามคาร์เพล (tricarpellate)  คือมีรังไข่ 3 ห้องเชื่อมติดกันอยู่ใน 1 ดอก  (สังเกตดอกตามภาพของ Top :Hechtia rosea) ซึ่งรังไข่จะมีทั้งแบบอยู่เหนือวงกลีบดอกและอยู่ใต้วงกลีบดอกอย่างที่กล่าวไปแล้ว ลักษณะดอกจะมีทั้งแบบที่สมบูรณ์เพศ และไม่สมบูรณ์เพศ

 Bromeliads "บรอมีเลียด"

ลักษณะผลในแต่ละวงศ์ย่อย

ผล  ลักษณะผลในส่วนของวงศ์ย่อยบอรมีลิออยดิอี้ (Bromelioideae) จะมีลักษณะผลคล้ายลูกเบอร์รี่ มีเปลือกบาง ๆ ห่อหุ้มผลอยู่ภายนอกส่วนภายในจะมีเยื่อเหนียว ๆ ปนอยู่กับเมล็ด ลักษณะผลในส่วนของวงศ์ย่อย พิทแคนิออยดิอี้ (Pitcairnioideae) กับทิลแอนซิออยดิอี้ (Tillandsioideae) จะมีลักษณะคล้ายกันคือผลมีลักษณะเป็นแคบซูล ด้านนอกมีเปลือกแข็งหุ้มอยู่  ผลของวงศ์ย่อยพิทแคนิออยดิอี้จะมีลักษณะเป็นฝักกลมรี  ส่วนผลของวงศ์ย่อยทิลแอนซิออยดิอี้จะมีลักษณะเป็นฝักแท่งยาว

สับปะรดสีหรือสับปะรดประดับ

สับปะรดสีหรือสับปะรดประดับ

ลักษณะเมล็ดในแต่ละวงศ์ย่อย

เมล็ด ของแต่ละวงศ์ย่อยจะมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ว่าผลของบางวงศ์ย่อยจะมีลักษณะคล้ายกัน เมล็ดของวงศ์ย่อยบรอมีลิออยดิอี้ที่อยู่ภายในผลส่วนใหญ่จะเป็นเมล็ดทรงรี ๆ เหมือนเมล็ดข้าวแต่บางชนิดก็อาจจะเมล็ดหนาและค่อนข้างสั้นบ้างได้ เยื่อเหนียว ที่อยูภายในผลซึ่งได้อธิบายไปในส่วนของผล ก็ช่วยในเรื่องการกระจายพันธุ์เนื่องจาก นกหรือสัตว์เล็กมากินผลเมื่อสัตว์เหล่านั้นถ่ายมูลก็จะถ่ายเมล็ดของบรอมีเลียดออกมาด้วย ซึ่งเยื่อเหนียวจะมีส่วนช่วยให้เมล็ดติดกับต้นไม้หรือพื้นผิวที่สัตว์ถ่ายไปได้ง่าย   วงศ์ย่อยพิทแคนิออยดิอี้ เมื่อฝักแตกออกเมล็ดที่เรียงตัวอยู่ในฝักจะกระเด็นออกมา ลักษณะเมล็ดจะมีลักษณะกลมแบน เมล็ดจะอยู่ตรงกลาง ส่วนรอบ ๆ เมล็ดจะเป็นปีกที่ช่วยให้เมล็ดปลิวกระจายไปตามลมในบริเวณนั้นได้ดี ส่วนวงศ์ย่อยทิลแอนซิออยดิอี้เมื่อผลที่เป็นฝักแตกออกเมล็ดด้านในที่มีแพมพัส (เหมือนเมล็ดนุ่น) จะเหมือนร่มเป็นตัวช่วยพยุงให้เมล็ดลอยไปได้ไกลหลายกิโล เป็นการกระจายพันธุ์ที่ครอบคลุมพื้นที่ได้มากที่สุด

Bromeliad บรอมีเลียด

สับปะรดสีหรือสับปะรดประดับ


Episcia ปลูกพรมญี่ปุ่น

Episcia แต่งสวนพรมญี่ปุ่น
พรมญี่ปุ่นหรือพรมกำมะหยี่ ไม้ดอกกระจุ๋มกระจิ๋ม สีสด ใบดูนุ่มเหมือนกำมะยีเลยมีคนเรียกชื่อว่า พรมกำมะยี่อีกชื่อหนึ่ง

ปลูกพรมญี่ปุ่น

ซึ่งพรมญี่ปุ่นเหมาะกับมุม “แสงน้อย” เพราะเป็นต้นไม้ที่ชอบแดดรำไรๆ   จะใส่กระถางปากกว้างตั้งหรือถ้าอยากได้ความแปลกตาขึ้นไปอีกก็ปลูกในกระถางแขวน ปล่อยให้ลำต้นยาวย้อยลงมาเป็นสายก็ได้สวนแนวตั้งสวยๆ

Episcia ปลูกพรมญี่ปุ่น
Episcia ปลูกพรมญี่ปุ่น
Episcia ปลูกพรมญี่ปุ่น

 ลักษณะของใบดูนุ่มคล้ายกำมะยี่ และด้วยความที่มีอยู่หลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ก็เลยให้สีใบและสีดอกแตกต่างกัน เช่น สีเงินวาว สีเขียวสด สีชมพู สีน้ำตาลเข้ม ถ้านำพรมญี่ปุ่นที่มีสีใบแตกต่างกันมาปลูกรวมๆ กันแล้วไล่โทนสีก็จะได้ กระถางต้นพรมญี่ปุ่นที่ไล่เฉดสีใบ สวยแปลกตาย

พรมกำมะหยี่

พรมญี่ปุ่นหรือพรมกำมะหยี่

พรมญี่ปุ่น

ยามไม่ออกดอกก็นั่งชมใบสีสวยๆ ยามออกดอก ก็นั่งเพลินกับสีสันสดใสของดอก ที่มีทั้งดอกสีแดง สีม่วง สีเหลือง สีส้ม แต่ส่วนใหญ่จะออกดอกบ่อย ออกดอกครั้งหนึ่งก็บานอยู่ 7-8 วัน

พรมญี่ปุ่น

 ส่วนเรื่องการดูแล นิสัยของเจ้าพรมญี่ปุ่น ชอบชื้นแต่ไม่ชอบแฉะ น้ำขังเพราะรากของมันจะเน่าได้ วัสดุปลูกที่ใช้ก็ควรเป็นดินผสมพวกกาบมะพร้าวสับหยาบเพื่อให้มีช่องว่างให้อากาศถ่ายเทสะดวก ถ้าจะปลูกลงดิน ต้องระวังเรื่องน้ำเป็นพิเศษในช่วงหน้าฝน เพราะถ้าฝนตกมากแล้วน้ำท่วมขัง รากจะเน่าตายได้ หรือถ้าปลูกร่วมหรือปลูกอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ก็ควรเลือกต้นไม้ที่นิสัยคล้ายๆ กันเพื่อให้ง่ายในการดูแลได้ทั่วถึง เพาะขยายพันธุ์ก็แสนง่าย แค่ตัดกิ่งมาปักชำในถุงเพาะ   เรื่องอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรน่าห่วงเป็นพิเศษเพราะเป็นต้นไม้ในกลุ่ม “กินง่าย อยู่ง่าย”

พรมญี่ปุ่น

พรมญี่ปุ่น

ต้นไม้บำบัดโรค

"ต้นไม้บำบัดโรค" คำนี้เราคงได้ยินมานาน แต่เราไม่ทราบว่ามันสามารถช่วยบำบัดโรคได้จริงหรือ และ อย่างไร วันนี้เรามาหาคำตอบกันครับ


นักวิจัยมหาวิทยาลัยคินกิ (Kinki University) และมหาวิทยาลัยเกียวโต (Kyoto University) แดนปลาดิบหัวใสทดลองดัดแปลงพันธุกรรมต้นยาสูบ และอะราบิดอพซิส (Arabidopsis) เพื่อขจัดโรคที่เกิดจากมลพิษในอาคารบ้านเรือน 

โดยนำยีนแบคทีเรียมาตัดต่อใส่ในพืชทั้งสอง ผลทดสอบพบว่าพืชพันธุ์ใหม่ช่วยทำให้ก๊าซพิษภายในบ้านลดลงได้ถึง 1 ใน 10 จึงสามารถนำไปเป็นไม้ประดับในอาคารบ้านเรือน หรือภายในห้องนอน เพื่อลดปัญหาผู้อยู่อาศัยป่วยเป็นโรคมลภาวะในบ้าน (sick-house syndrome) อันเกิดจากฝุ่นละออง ควันบุหรี่ สารเคมี ก๊าซ หรือสารละเหยต่างๆ ที่มีอยู่ภายในบ้านหรืออาคารทั่วไป โดยเฉพาะฟอร์มาลดีไฮด์สารเคมีกลิ่นฉุนรุนแรงที่ใช้กันทั่วไปในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ในอาคาร เครื่องเรือนและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ 

ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคที่พบมากที่สุด เมื่อสูดดมเข้าไปจะทำให้มีอาการปวดศรีษะ วิงเวียน หรือรู้สึกอ่อนเพลีย

เมื่อรู้แบบนี้แล้วว่าต้นไม้มีประโยชน์เพียงไร เรามาปลูกต้นไม้ มาแต่งสวนกันเถอะนะครับ

Rock Garden หิน แต่งสวน

หิน แต่งสวน Rock Garden 
หินกรวด
เรามาทำความรู้จักกับการเลือกหินแต่งสวนกันนะครับ
เริ่มที่หินเกร็ด เป็นเศษหินที่ใช้กับงานก่อสร้างมีหลายสีทั้งดำ ส้ม และเหลืองส่วนใหญ่สีส้มและเหลืองจะใช้โรยหน้ากระถางตะบองเพชร ซึ่งสามารถนำมาใช้โรยแทนทราย แต่งสวนสไตล์เซนได้


หินไข่นกกระทา ลักษญะรูปทรงมนรี หากขนาดใหญ่บางคนเรียกหินไข่ไดโนเสาร์




หินกรวดบ่อพลอย ก้อนกลมรี เนื้อแกร่ง มีหลายสี ใช้แต่งสวนประดับน้ำตก แต่งทางเดิน

หินแต่งสวน


หินทราย มีทั้งก้อนทรายแดง และหินทรายเหลือง เหมาะสำหรับก่อขอบน้ำตก
เราก็รู้จักหิน และสามารถเลือกหินมาแต่งสวนของเราได้อย่างเหมาะสม

หินแต่งสวน

เลือกใช้หัวน้ำพุกับสวนน้ำ : Fountain Gardening

การเลือกใช้หัวน้ำพุกับสวนน้ำ : Fountain Gardening

พื่อนครับ วันนี้ผมอยากแนะนำการเลือกหัวน้ำพุให้เหมาะสมกับมุมสวนสวยของเพื่อนๆ เพราะน้ำพุนั้นจะช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวในสวน ทำให้สวยงาม แปลกตา ไม่น่าเบื่อ

แต่งสวนน้ำพุ
แต่งสวน
ผลพลอยได้ของการติดตั้งหัวน้ำพุยังช่วยเติมออกซิเจนให้น้ำในสระนอกเหนือจากความสวยงามด้วยนะครับ
หัวน้ำพุที่วางขายตามท้องตลาดโดยทั่วไปนั้น มีอยู่ 2 ประเภทครับ แบบแรก คือ น้ำพุแบบติดผนัง โดยฝั่งหัวน้ำพุตามตัวประติมากรรมแนบไปกับผนัง แบบที่ 2 คือ น้ำพุแบบลอยตัว คือเราสามารถมองน้ำพุได้หลายมุมตั้งแต่องศาแคบๆ จนถึง 360 องศา

การเลือกใช้หัวน้ำพุ เพื่อนๆจะต้องพิจารณาจาก บ่อ สระ หรือภาชนะ ให้มีความสัมพันธ์กัน คือ ขนาดของบ่อ หรือสระ หรือภาชนะต้องพอเหมาะพอดีกับสระน้ำที่พุ่งออกมาจากหัวน้ำพุ ถ้าใช้หัวน้ำพุเล็กเกินไป ซึ่งทำให้สวนน้ำของเราดูไม่โดดเด่นสวยได้ แต่ถ้าหัวน้ำพุใหญ่มาก น้ำจะพุ่งเลยขอบสระ น้ำก็จะหายไปทีละเล็กทีละน้อย


ควรเลือกน้ำพุทรงเลขาคณิต เช่น ทรงน้ำพุพุ่งตรง แบบนี้จะเหมาะกับสวนแนวโมเดิร์น ส่วนหัวน้ำพุรูปทรงที่ไม่ใช่ทรงเรขาคณิตเหมาะกับสวนสไตน์บาหลี สวนแนวยุโรปครับ


ผมอยากแนะนำการใช้เสียงของน้ำพุมาไว้ในสวนอย่างการใช้ไม้ไผ่กระดก ผมว่ามันทำให้สวนเราดูเพลิดเพลินทางสายตา รวมทั้งทางหูอีกด้วยครับ


วันนี้ผมของฝากการจัดสวนด้วยน้ำพุแบบง่ายๆ ซึ่งเป็นเรื่องต่อของการจัดสวนน้ำมาฝากกันครับ ขอให้เพื่อนๆ สนุกกับการแต่งสวนด้วยตัวเองนะครับ ;)

หัวน้ำพุ
น้ำพุ

Built a Pond by Yourself สร้างสวนน้ำตกง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง


Built a Pond by Yourself วันนี้เรามาสร้างสวนน้ำตกง่ายๆ ด้วยตัวคุณเองกันนะครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ จากบทความ การสร้างสวนน้ำง่ายๆด้วยตัวคุณเอง เรามาต่อยอดไอเดีย ด้วยการสร้างสวนน้ำตก

โดยใช้อุปกรณ์จากครั้งที่แล้วมาดูกันว่าสวนน้ำของเรานั้นทำได้ง่ายอย่างไร

ขั้นตอนการทำ Step-by-Step
1. หลักง่ายๆคือ ต้องเตรียมพื้นที่ให้เข้ากับขนาดน้ำตก และบ่อ ที่ต้องการ
2. เราต้องทำบ่อพักอีก 1 บ่อ ซึ่งระหว่างบ่อด้านหน้า กับบ่อพักน้ำ ต้องมีแผ่นกรอง สำหรับกันเศษใบไม้ด้วยนะครับ
3. ในบ่อพักน้ำเราจะมีปั๊มน้ำ 1 ตัวโดยต่อท่อขึ้นไปที่ด้านหลังของกำแพงน้ำตก
4. เวลาเดินเครื่อง น้ำตกจะไหลลงมายังบ่อรับน้ำด้านหน้า แล้วไหลไปยังท่อเข้าสู่บ่อกรอง พอกรองเสร็จก็ไปที่บ่อพักน้ำด้านล่าง แล้วปั๊มน้ำก็จะปั๊มน้ำขึ้นมาพักที่บ่อพักน้ำด้านบน อีกทีหนึ่ง สุดท้ายน้ำก็ไหลออกมาเป็นน้ำตกเช่นเดิม



เพียง 4 ขั้นตอนง่ายๆนี้ เพื่อนๆ ก็จะได้สวนน้ำตกสวนน้ำธรรมชาติในบ้านได้ด้วยตัวเองแล้วนะครับ

แต่งสวน กับ บีโกเนีย

ราชาแห่งไม้ใบ “บีโกเนีย”

บีโกเนียมีวิธีการเลี้ยงแสนง่ายดายเพียงแค่ ห้ามแฉะและควรหลีกเลี่ยงแสงแดด ต้องการแดดประมาณ 30-40% ครับ เครื่องปลูกจะใช้เป็นกาบมะพร้าวสับหรือดินก้ามปูก็ได้ทั้งนั้น ควรระวังเจ้าหนอแก้วและราน้ำค้างให้ดี ซึ่งเป็นอริกันมากครับ

การใช้บีโกเนียในการแต่งสวนสามารถทำเป็นไม้เลื้อยเกาะกับโอ่งมอสหรือก้อนหินในสวน ช่วยเพื่อลูกเล่นในสวนอย่ามาก วิธีนี้เหมาะกับสวนสไตน์บาหลีหรือป่าดิบชื้น
นอกจากนี้ยังสามารถนำบีโกเนียใส่กระถางโรมันประดับมุมบ้านได้อีกด้วย ซึ่งเก๋ไก๋ไปอีกแบบ และยังสามารถประยุกต์ใช้กับการจัดสวนแนวตั้งได้อย่างดี ซึ่งเจ้าบีโกเนียนี้ทำให้สวนของเพื่อนๆ ดูลงตัวยิ่งขึ้นครับ

สำหรับวันนี้ผมอยากให้เพื่อนๆลองนำบีโกเนียไม้ใบแปลกตาตัวนี้ลองแต่งสวนกันดูนะครับ

โอ่ง แต่งสวน

โอ่ง แต่งสวน
วันนี้เรามาเลือกวัสดุ ซึ่งมีหลากหลายชนิด วันนี้เรามาทำความรู้จักกับโอ่งแต่งสวนกัน ซึ่งมีหลากหลายชนิดแล้วแต่ไอเดียการแต่งสวนนะครับ
โอ่งดินเผาอยากแรกเลย คือ โอ่งดินเผา
ให้ความรู้สึกไทยๆ เหมาะสำหรับการแต่งสวนแบบไทยและสวนเมืองร้อน ซึ่งสามารถใช้เก็บน้ำและยังช่วยให้ความรู้สึกเย็นแก่ต้นไม้ได้อีกด้วย





โอ่งแบบไทย










ต่อมา คือ โอ่งน้ำผุด เจาะรูที่ก้นโอ่งและใช้วิธีเดียวกับการทำน้ำพุ คือติดหัวน้ำพุและปั๊มน้ำ ใหดน้ำไหลเวียน ก็ทำให้สดชื่นมากเลยนะครับ
โอ่งน้ำผุด โอ่งน้ำ
เรานำโอ่งมาแต่งสวนหรือนำมาทำเป็นน้ำผุด ตามไอเดียแต่งสวนของเรา รับรองทั้งสวยและสดชื่นเลยนะครับ

Built a pond by yourself สร้างสวนน้ำง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมอยากแนะนำการสร้างสวนน้ำง่ายๆด้วยตัวคุณเอง

โดยใช้อุปกรณ์ทั่วไปที่ขายในท้องตลาดมาสร้างสวนน้ำ มาดูกันว่าสวนน้ำของเรานั้นทำได้ง่ายอย่างไร แล้วก็สามารถใส่ลงในสวนหย่อมในบ้านเราได้ไม่อยาก

สิ่งที่เราต้องเตรียมสำหรับสวนน้ำของเรา
  • พลั่ว
  • กรรไกร
  • มุด เชือก หรือ ปูนขาว
  • แผ่นพลาสติกรองบ่อ หรือ อ่างน้ำ
  • ตะแกรงรองหิน
  • ปั๊มน้ำขนาดเล็ก
  • หัวน้ำพุ
  • หินสี ตามชอบ
  • ต้นไม้ตกแต่ง
  • ตุ๊กตา หรือ ของประดับ
ขั้นตอนการทำ Step-by-Step
1.       ใช้มุด เชือก หรือ แป้งกำหนดขอบเขตของบ่อน้ำ จากนั้นจึงเริ่มขุดด้วยพลั่ว ควรขุดขอบบ่อให้ลึกประมาณ 4 นิ้ว และกว้าง 6 นิ้ว (ถ้าไม่สะดวกในการขุดพื้นที่ก็สามารถนำอ่างน้ำมาวางในบริเวณที่จะสร้างบ่อน้ำแทนก็ได้)
2.       ใช้แผ่นพลาสติกรองก้นหลุม พยายามรีดทุกมุมให้เรียบตลอดแนวหลุม
3.       นำหินก้อนใหญ่วางเป็นแนวขอบบ่อ
4.       เติมน้ำให้เต็มบ่อ ดูให้แนวใจว่าไม่มีน้ำซึมออกทางไหน และที่สำคัญอย่าให้มีตะกอนอยู่ในบ่อเพราะจำไปอุดตันหัวน้ำพุ
5.       ใส่ปั๊มและหัวน้ำพุใส่เข้าด้วยกันวางลงไปในบ่อ ดูระดับความแรงของน้ำที่พุ่งออกมา พยายามอย่าให้น้ำกระจายล้นขอบบ่อ ไม่เช่นนั้นระดับน้ำจะลดลงจนหัวน้ำพุทำงานไม่ดี
6.       ปูตะแกรงรองหิน โดยเจาะช่องให้หัวน้ำพุสามารถลอดผ่านออกมาได้
7.       น้ำหินเทพรางตาเลียนแบบธรรมชาติ
8.       นำต้นไม้และของตกแต่งวางตามใจชอบ เป็นอันเสร็จ
สำหรับ 8 ขั้นตอนง่ายๆนี้ เพื่อนๆ สามรถทำเสร็จสิ้นในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง และด้วยราคาสบายๆไม่ถึงพัน ก็สามารถทำให้เพื่อนๆ สามารถสร้างสรรไอเดียสวนน้ำธรรมชาติในบ้านได้ด้วยตัวเอง